27. e) ให้หุ่นยนต์บอกเราว่า “เราเกิดมาเพื่ออะไร”

เหมือนที่เครื่องจักรแย่งงานในโรงงานไปจากเรา Robot และ AI จะแย่งงานข้อมูล งานความรู้ งานบริการ และอื่นๆอีกมากมายไปจากเรา เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า วนเป็นลูป ตามลำดับ แสดงให้เห็นได้ดังนี้ AI ไม่สามารถทำงานที่เราทำได้ AI ทำงานบางส่วนของเราได้ แต่ไม่ทั้งหมด AI ทำงานของเราได้ทั้งหมด แต่มันต้องการเราเวลาที่ระบบขัดข้อง AI ทำงานได้ไร้ที่ติในงานทั่วไป แต่มันยังต้องการให้เราสอนมัน ในงานใหม่ๆ โอเค เราคงต้องยกงานน่าเบื่อนี้ให้ AI ไป เพราะมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่างานน่าเบื่อแบบนี้ไม่ใช่งานสำหรับมนุษย์ (เหมือนทีเรายกงานที่ต้องใช้แรงงานอย่างหนักให้กับให้เครื่องจักรไป) ว้าว AI ทำงานเก่าของเราได้ดี ส่วนงานใหม่ของเราก็สนุกและมีความหมายกว่าตั้งเยอะ แถมได้เงินเยอะด้วย เฮ้อ เราช่างโชคดีที่ AI ไม่สามารถทำงานของเราได้ [วนกลับไปข้อ 1.] ในอดีต เมื่อเครื่องจักรเข้ามาช่วยงานมนุษย์ มันทำให้เรากินอิ่ม นอนหลับ ได้มากขึ้น สบายขึ้น และมีเวลาว่างพอจะตั้งคำถามว่า “เราเกิดมาเพื่ออะไร” การปฎิวัติอุตสาหกรรม ทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมากมาย ทำให้ชีวิตมนุษย์มีความหมาย ทำให้ผมพูดอย่างภูมิใจว่า ผมเป็นนักการตลาด ผมเป็นนักธุรกิจ…

27. d) งานอนาคต 4 ประเภท

“4 TYPES OF FUTURE JOBS” ในหนังสือ The Inevitable ผู้เขียน Kevin Kelly ได้อธิบายว่า การเข้ามาของแทนที่โดย AI และ Robot จะเริ่มจากอุตสาหกรรมที่มีการใช้ระบบเครื่องจักร Automation อยู่แล้ว Robot จะทำหน้าที่แทนแรงงานในโรงงาน เหลือเพียงแรงงานบางส่วนที่ทำงานร่วมกับ Robot ในสมัยก่อนนั้น ระบบ Automation ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องจักร จะทำงานแยกบริเวณแรงงานมนุษย์ ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย Baxter คือตัวอย่างของ Robot รุ่นใหม่ที่มี sensor รอบตัว มันจึง สามารถ รับรู้ถึงการมีอยู่ของมนุษย์ในบริเวณรอบๆตัวมัน Baxter จึงสามารถทำงานร่วมกับแรงงานมนุษย์ได้โดยไม่เกิดอันตราย ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ เราสามารถสอนมันได้ โดยทำท่าให้ดูเป็นตัวอย่าง และมันก็จะสามารถทำตามได้ ซึ่งนี่ต่างจากระบบ Automation สมัยก่อน ที่จำเป็นต้องมีวิศวกรและโปรแกรมเมอร์คอยสั่งงาน และที่สำคัญ คือ Baxter ราคาไม่ได้แพงเลย เมื่อเทียบกับระบบเครื่องจักรสมัยก่อน หลังจากเข้าแทนแรงงานในโรงงาน…

27. c) การเข้าครอบงำของหุ่นยนต์

หลายคนบอกว่าเรากำลังอยู่ในช่วงรอยต่อ บางคนบอกว่าเราอยู่ในยุค การปฎิวัติอุตสาหกรรม 4.0 บางคนบอกว่า มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น เราแค่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร — การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ หากเทียบกับที่มนุษย์เราอยู่บนโลกมาเป็นเวลา 200,000 ปี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถือว่าเกิดขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว หากแต่เราผู้ซึ่งอยู่ในจุดที่โลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั้น เคลื่อนที่ตามไปกับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย เราจะแทบไม่รู้สึกเลยว่ามันกำลังเปลี่ยนไป เราจะไม่รู้สึกเซอไพรส์ หากวันนึงเราพบว่า เรามีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนตัวเองได้ เราจะไม่รู้สึกประหลาดใจ หากวันนึง หุ่นยนต์ได้ครองโลกแล้ว เพราะเราอยู่บนโลกใบนี้ ณ เวลานี้ เราจึงรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทีละเล็กละน้อย มันเป็นกระบวนการที่ค่อยๆเป็นไปทีละเล็กละน้อย จนเราไม่ได้ประหลาดใจอะไร — สองปีก่อน เราใช้ iPhone 6 ปีก่อน เราใช้ iPhone 7 ปีนี้ เราใช้ iPhone 8 หรือ iPhone X เรามี iOS ที่มีเวอร์ชั่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเวอร์ชั่น ก็จะมีการอัพเดทจุดทศนิยม เป็นระยะๆ เราคงแทบไม่รู้ตัว ว่า แอพพลิเคชั่นบนมือถือของเรา…

27. b) ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ

ซีรีย์ อนาคตของอาชีพมนุษย์ อ่าน ตอนที่ 1 “เรากำลังถูกคุกคามด้วยเทคโนโลยี หรือ ไม่” — ปัจจุบัน มีการพยากรณ์ว่า ภายในช่วงหนึ่งร้อยปีนับจากนี้ 70 เปอร์เซ็นต์ของอาชีพในปัจจุบัน จะถูกแทนที่ ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยหุ่นยนต์ (Robot) และด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation) — ก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจก่อน ว่า อะไรคือ AI อะไรคือ Robot และอะไรคือ Automation ระบบ Automation มีให้เห็นกันมานานมากแล้ว มันคือเครื่องจักรกลที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง (Specific task) เช่นแขนกลอัตโนมัติ ที่ ประกอบประตูรถเข้ากับรถ ส่วน Robot ต่างจาก Automation ตรงที่ หุ่นยนต์ถูกสร้างมาเพื่อให้ ทำงานได้หลายอย่าง (General Purpose) ลองจินตนาการหุ่นยนต์แบบที่เราเห็นกันในหนัง สามารถตอบโต้ รับคำสั่ง และปฎิบัติงานได้หลากหลายรูปแบบ — แล้ว AI…

27. a) เรากำลังถูกคุกคามด้วยเทคโนโลยี หรือ ไม่

เมื่อวันก่อนกูเกิลโชว์ Google Virtual Assistant ที่สามารถช่วยเราจองร้านอาหาร โดยโทรไปหาร้านนั้นๆ เสียงของ Assistant มีอารมณ์เหมือนมนุษย์เด๊ะๆ ถ้าผมเป็นคนรับสาย ก็คงไม่มีทางรู้เลยว่าคุยอยู่กับหุ่นยนต์ — หลายเดือนก่อน เห็นโพสต์ของเพื่อน ขึ้นมาถามไถ่ความเห็นในโซเชียลว่า จะให้ลูกเรียนอะไรดี เพราะเค้าฟังรายการวิทยุอภิปรายถึง อาชีพที่จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี อาชีพ ดังกล่าวได้แก่ นักการตลาด บัญชี การเงิน นักพัฒนาเวบไซต์ โปรแกรมเมอร์ นักข่าว บรรณาธิการ หมอ นักกฎหมาย การธนาคาร และอีกมากมาย เรื่องนี้น่าสนใจและพอดีมีส่วนตรงกับหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ “The Inevitable” โดย Kevin Kelly บทความซีรีย์นี้จึงถูกเขียนขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดแนวคิดและเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ และแน่นอน เหมือนทุกๆครั้งคือ มีหลายส่วนที่เป็นความเห็นส่วนตัวของผม ซึ่งอาจถูกหรือผิด ขอผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ — หลายปีก่อน ตอนครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับคำว่า “Programatic” ซึ่งเป็นระบบเกิดใหม่ ที่ใช้ในการจัดสรรสัดส่วนการลงทุนใช้จ่ายในสื่ออนไลน์แบบอัตโนมัติ ซึ่งโปรแกรมจะมีการ optimize เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด ตลอดเวลา ว่าง่ายๆคือ คุณระบุงบประมาณไปเลย ว่า…

26. การหาจุดแข็งในจุดอ่อน

สืบเนื่องจากบทความที่แล้ว…จะเล่าว่า ผมเคยได้รับงานตัวนึงมา เป็นโปรเจคโปรโมทการท่องเที่ยวบนเกาะหมาก ถึงแม้จะมีการเข้าใจผิดในโจทย์ที่ลูกค้าให้ (ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังภายหลัง) แต่ก็ทำให้ผมได้คิด วิธีประหลาด ในการโปรโมทเกาะแห่งนี้ โจทย์ที่ผมได้รับฟังมาคือ จะทำยังไงให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวเกาะหมากเยอะขึ้น — พอรับโจทย์มา สิ่งแรกที่คิดก็คือ เกาะหมากมีดีอะไร แน่นอนถ้าจะบอกว่าเกาะหมากมีทะเลสวย มีปะการัง ใช่นั่นคือข้อดี แต่เกาะไหนๆก็มี หมู่เกาะสุรินทร์ หลีเป๊ะ และอีกมากมาย เราจะไปแข่งกับเค้ายังไง ดังนั้นเงื่อนไขที่สองของผมคือ ข้อดีนั้นต้องแตกต่างไปจากเกาะอื่นๆ เอาล่ะ เริ่มยากละ ดังนั้นผมจึงเริ่มหาข้อมูล — โชคเป็นของผม ผมเจอสิ่งที่ผมต้องการในเวบแรกที่ผมเปิดเลย เนื้อหาในเวบ อธิบายถึง ลักษณะของเกาะหมากว่า อยู่ระหว่างเกาะช้าง กับเกาะกูด ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ 5 ชั่วโมง (รวมขับรถและเรือสปีดโบท) เป็นเกาะใหญ่อันดับสี่ของไทย พื้นทีกว้างขวาง พืชพรรณและสัตว์ยังคงเป็นธรรมชาติ เงียบสงบ ชาวบ้านยังคงทำอาชีพ กรีดยาง เก็บมะพร้าว คุณจะไม่เจอ เจ็ทสกี หรือ ไนต์คลับ บาร์ ที่เกาะหมาก อย่างมากมีเพียงแค่ร้านกาแฟชิลๆ โดยบนเกาะมีรีสอร์ทเพียงไม่กี่แห่ง…

25. จุดแข็ง จุดอ่อน จุดซ่อนเร้น

เชื่อว่า พวกเราหลายๆคนคงเคยผ่านการสัมภาษณ์งานกันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย เชื่อว่า คุณคงเคยเจอกับคำถามสามัญประจำบ้านของผู้สัมภาษณ์ และเป็นคำถามไม้ตาย เป็นคำถามที่ตอบง่าย แต่ตอบยาก ที่ว่าตอบง่าย คือ ตอบแบบอัตโนมัติตามความเป็นจริง คิดยังไง ตอบไปอย่างงั้น ที่ว่าตอบยาก คือ ตอบอย่างไรให้ดูดี เพราะความจริงมักไม่ดูดีเสมอไป คำถามที่ผมกล่าวถึง คือ “อะไรคือจุดแข็ง และ จุดอ่อน ของคุณ” ถ้าให้พูดถึงจุดแข็งหรือข้อดีของตัวเอง หลายคนสามารถพูดได้ไม่รู้จบ พร้อมยกตัวอย่างมาประกอบการบรรยาย ได้คณานับ — แต่พอถามถึงจุดอ่อน หลายคนอึกๆอักๆ หนึ่ง เพราะไม่รู้จุดอ่อนของตน สอง ถึงแม้รู้ แต่ไม่รู้จะพูดอย่างไรที่จะยังดูดี ถ้าผมเป็นผู้สัมภาษณ์ แล้วเจอคนตอบ ประมาณว่า ผมหรือดิฉัน ไม่มีจุดอ่อน หนึ่ง ผมรู้ได้ทันที จุดอ่อนของบุคคลนั้นคือ ความไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั่งจุดอ่อนของตน สอง ผมเดาว่า ผู้ถูกสัมภาษณ์รู้จุดอ่อนของตนเป็นอย่างดี แต่จุดอ่อนนั้น ต้องร้ายแรงมาก จนไม่สามารถเอ่ยถึงได้ ดังนั้น คำตอบ ประมาณว่า ฉันไม่มีจุดอ่อน จึงไม่ใช่คำตอบที่ดี…

24. หายนะของผู้บริโภค เมื่อแบงค์ฟรีค่าธรรมเนียม

ตอนนี้ ฟีดเฟสบุค ผมเต็มไปด้วยข่าวเดียว SCB และ KBANK ประกาศ ฟรี ค่าธรรมเนียมบน mobile banking สำนักต่างๆ ออกมาวิเคราะห์ ผลเสีย ผลดี ต่อธุรกิจต่างๆ ทั้งต่อบุญเติม ทั้งต่อ Counter Service ทั้ง promptpay และ e-wallet และทั้งต่อตัวแบงค์เอง ผมคงไม่ขอวิเคราะห์นะครับ ก็ให้ราคาหุ้นมันแสดงออกมาครับ ว่าตลาดคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไง — ถ้าเป็นผู้อ่านที่ติดตามกันมา จะเข้าใจดีครับว่า การเขียนโหนกระแส ไม่ใช่แนวทางของผม ผมไม่ได้เป็นแนว แมส และ ผมเขียนเฉพาะเรื่องที่ผมคัน วันนี้ คัน ครับ บทความนี้น่าจะเป็นบทความที่สั้นที่สุดของผมตั้งแต่เขียนมา เพราะผมไม่ได้อยากเขียน วันนี้ผมขี้เกียจ ผมแค่อยากเกา เกาตรงที่มันคัน — จุดที่มันคัน คือว่า เมื่อ ไม่กี่วันก่อน เพิ่งมีข่าวว่า Grab ซื้อ Uber (Southeast…